เมื่อ “แมวอ้วนสีส้ม” พบ “โค้ชด้วยการ์ด” ตอนที่ 1
ทั่วไป

เมื่อ “แมวอ้วนสีส้ม” พบ “โค้ชด้วยการ์ด” ตอนที่ 1

เมื่อ “แมวอ้วนสีส้ม” พบ “โค้ชด้วยการ์ด” ตอนที่ 1โค้ชชิ่งด้วยการ์ด ตอนแรก เทของในกระเป๋าออกมา? มันไม่บังเอิญหรอกน่ะ! ถ้าคุณเคยอ่านงานเขียนของผมมาบ้าง ผมเชื่อเสมอว่าโลกใบนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ความบังเอิญ!” ถึงแม้บางเรื่องจะรู้สึกว่า อะไรมันจะพอดีขนาดนั้น.. เมื่อวานนี้…เหตุเกิดที่ร้านโอปองเปง สาขาสีลม ผมมีนัดกับชายคนหนึ่ง ที่ดูจากรูปในเฟสเหมือนนักวิชาการ แต่เจอตัวจริง “พี่แกเซอร์กว่าที่คิด ^^;” พี่เขาชื่อก้อง เจ้าของแฟนเพจ “โค้ชด้วยการ์ด” วันนี้เรานัดกันมาหาสิ่งที่รัก และงานที่ใช่กัน และวันนี้ผมดันมาสาย นัดบ่าย 2 ผมมาถึงร้าน บ่าย 2 2 นาที คุณอาจคิดว่า “สายนิดเดียวเอง” แต่ผมบอกเลยว่าผมไม่เคยนัดใครแล้วไปสาย แม้แต่ครั้งเดียว ผมจะไปถึงที่นัดก่อนอย่างน้อย 30 นาที เสมอ ถึงแม้ระหว่างทางจะมีสาวสวย จากรั้วจุฬาฯ รับปริญญาก็เถอะ! อ่ะๆ เข้าเรื่องๆ เนื่องจากผมรู้สึกผิดที่มาสาย ลักษณะทางร่างกายแสดงออกถึงความเครียด แม้หน้าจะยิ้ม ก็ไม่พ้นสายตาของคนที่ ทำงานทางด้านโค้ชชิ่งอย่างพี่ก้อง พี่ก้องเลยชวนผมคุยสบายๆ กว่า 40…

By

เมื่อ “แมวอ้วนสีส้ม” พบ “โค้ชด้วยการ์ด” ตอนที่ 1


โค้ชชิ่งด้วยการ์ด ตอนแรก
เทของในกระเป๋าออกมา?

มันไม่บังเอิญหรอกน่ะ!

ถ้าคุณเคยอ่านงานเขียนของผมมาบ้าง
ผมเชื่อเสมอว่าโลกใบนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า
“ความบังเอิญ!” ถึงแม้บางเรื่องจะรู้สึกว่า
อะไรมันจะพอดีขนาดนั้น..

เมื่อวานนี้…เหตุเกิดที่ร้านโอปองเปง
สาขาสีลม ผมมีนัดกับชายคนหนึ่ง
ที่ดูจากรูปในเฟสเหมือนนักวิชาการ
แต่เจอตัวจริง “พี่แกเซอร์กว่าที่คิด ^^;”

พี่เขาชื่อก้อง เจ้าของแฟนเพจ “โค้ชด้วยการ์ด”

วันนี้เรานัดกันมาหาสิ่งที่รัก และงานที่ใช่กัน
และวันนี้ผมดันมาสาย นัดบ่าย 2
ผมมาถึงร้าน บ่าย 2 2 นาที

คุณอาจคิดว่า “สายนิดเดียวเอง”
แต่ผมบอกเลยว่าผมไม่เคยนัดใครแล้วไปสาย
แม้แต่ครั้งเดียว ผมจะไปถึงที่นัดก่อนอย่างน้อย
30 นาที เสมอ ถึงแม้ระหว่างทางจะมีสาวสวย
จากรั้วจุฬาฯ รับปริญญาก็เถอะ!

อ่ะๆ เข้าเรื่องๆ เนื่องจากผมรู้สึกผิดที่มาสาย
ลักษณะทางร่างกายแสดงออกถึงความเครียด
แม้หน้าจะยิ้ม ก็ไม่พ้นสายตาของคนที่
ทำงานทางด้านโค้ชชิ่งอย่างพี่ก้อง

พี่ก้องเลยชวนผมคุยสบายๆ กว่า 40 นาที
เพื่อให้ผมผ่อนคลาย เพราะถ้าโค้ชตอนนี้
สมองผมจะไม่มีทางคิดอะไรออกได้เลย

การโค้ชเริ่มด้วยการหาสิ่งที่รัก และเป็นความถนัด
ของเรา พี่ก้องใช้คำว่า
“ของที่มีอยู่ในกระเป๋าของเรา”
ใช่เรามีอะไรอยู่แล้วบ้างล่ะ?

เราแบ่งกันออกเป็น วงกลม 3 วง
(เหมือนโลโก้ช่องมากสีกลับหัว)
1. สิ่งที่ชอบ ทำแล้วมีความสุข (ได้ใจ)
2. สิ่งที่เราทำได้ดี (ได้งาน)
3. สิ่งที่มีคนชม (ได้เงิน)

เราค้นหาความเชื่อมโยงจากวงกลม 3 วงนี้
สิ่งที่ผมได้คือ

1. ผมเป็นคนชอบเรียนรู้
ชอบอยู่กับตัวเอง อยู่กับธรรมชาติ ไม่ชอบอยู่
ท่ามกลางฝูงชน หรือที่ที่มีคนเยอะๆ

2. สิ่งที่ทำได้ดี คือ การสรุป จับประเด็น
โฟกัสในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และการถ่ายทอด

3. สิ่งที่มีคนชม คือ การถ่ายทอดให้ผู้ที่อ่าน
หรือฟัง เข้าใจได้ง่าย

เมื่อได้ครบทั้ง 3 ข้อ นี่คือของที่เรามี
ลองเอาอาชีพที่คุณทำอยู่ หรืองานในฝัน
ใส่ลงไปว่าตอบได้ตรงจริตทั้ง 3 ข้อนี้หรือเปล่า?

บางอย่าง ทำได้ + ได้เงิน แต่ไม่ได้ใจ
ผลคือทำได้ไม่นาน ถ้าทำนานก็ไม่มีความสุข

บางอย่าง ได้ใจ + ได้งาน แต่ไม่ได้เงิน
ผลคือ ไส้แห้ง!

บางอย่าง ได้ใจ + ได้เงิน แต่ไม่ได้งาน
ผลคือ ธุรกิจไม่ยั่งยืน ถ้ามีคนทำได้ดีกว่าคุณ
คุณจะจบเห่!

เราจำเป็นต้องหางานที่ได้ครบทั้ง 3 วงไหม?
พี่ก้องแนะนำว่า แล้วแต่ช่วงอายุครับ
ตอนนี้ยังมีแรงก็อาจทำงานที่ ทำได้ดี + ได้เงิน
ไปก่อน เมื่อคิดว่ามีทุนพร้อม มีหนทางที่
อยากจะไปแล้ว ก็ค่อยไป

ตัวของพี่ก้องเอง ก็มีอาชีพมากกว่า 1 อาชีพ
บางอาชีพได้ครบทั้ง 3 วง
บางอาชีพได้แค่ 2 วง แต่ก็มีสิ่งที่เป็นงานเสริม
เพื่อเติมเต็มวงกลมอีกวงที่ขาดหายไป

เขียนมาสะยาว แต่ถ้าคุณอ่านแล้วลอง
ทำดู น่าจะได้อะไรดีๆ นะ ผมว่า ^^

เด๋วมีต่อตอนที่ 2 ครับ
สำหรับการโค้ชชิ่งด้วยการ์ด
“มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว ที่เปิดได้การ์ดแบบนี้!”

แมวอ้วนสีส้ม

You may also like