เขียนไว้ 3 ปี แล้วครับ นำมาโพสท์อีกครั้ง ผู้เขียน Certified NLP Master Practitioner จากสถาบันในสิงคโปร์ ที่ได้รับการรับรองจาก American Board…
ทั่วไป

เขียนไว้ 3 ปี แล้วครับ นำมาโพสท์อีกครั้ง ผู้เขียน Certified NLP Master Practitioner จากสถาบันในสิงคโปร์ ที่ได้รับการรับรองจาก American Board…

เขียนไว้ 3 ปี แล้วครับ นำมาโพสท์อีกครั้ง ผู้เขียน Certified NLP Master Practitioner จากสถาบันในสิงคโปร์ ที่ได้รับการรับรองจาก American Board of NLP และปัจจุบันได้รับการรับรองมาตรฐานการเป็นโค้ชจาก the International Association of Coaching Institute (ICI) จากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นให้การรับของโค้ชผู้ใช้หลักการของ NLP โดยเฉพาะ คำเตือน : โพสท์นี้เป็น โพสท์เฉพาะทาง คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจในเนื้อหา NLP ที่คุณเรียนและคุณกำลังใช้ เป็นเวอร์ชั่นอะไรเหรอครับ? ยุคนี้ หันไปทางไหน ใครๆก็พูดถึงแต่ 4.0 ส่วนตัวเลยอยากรู้ว่า แล้ววิชาความรู้ ด้านการพัฒนาตัวเอง อย่าง NLP (Neuro Linguistic Programming) ที่เราเรียนล่ะ มันจะมีแยกเวอร์ชั่นกับเค้าบ้างมั้ย อ่าวเฮ้ย มีจริงๆด้วยครับ ( Edited เพิ่มเติม…

By

เขียนไว้ 3 ปี แล้วครับ นำมาโพสท์อีกครั้ง

ผู้เขียน Certified NLP Master Practitioner จากสถาบันในสิงคโปร์ ที่ได้รับการรับรองจาก American Board of NLP และปัจจุบันได้รับการรับรองมาตรฐานการเป็นโค้ชจาก the International Association of Coaching Institute (ICI) จากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นให้การรับของโค้ชผู้ใช้หลักการของ NLP โดยเฉพาะ

คำเตือน : โพสท์นี้เป็น โพสท์เฉพาะทาง คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจในเนื้อหา

NLP ที่คุณเรียนและคุณกำลังใช้ เป็นเวอร์ชั่นอะไรเหรอครับ?

ยุคนี้ หันไปทางไหน ใครๆก็พูดถึงแต่ 4.0 ส่วนตัวเลยอยากรู้ว่า แล้ววิชาความรู้ ด้านการพัฒนาตัวเอง อย่าง NLP (Neuro Linguistic Programming) ที่เราเรียนล่ะ มันจะมีแยกเวอร์ชั่นกับเค้าบ้างมั้ย อ่าวเฮ้ย มีจริงๆด้วยครับ ( Edited เพิ่มเติม : เรียกว่าเป็น เจเนอเรชั่นที่ 4 หรือ ยุคที่ 4 อาจจะเข้าใจง่ายกว่า )

จากการหาข้อมูลรวมถึงการเรียนในคลาสเทรนนิ่ง พบว่ามีการอธิบาย NLP ออกเป็นเวอร์ชั่น หรือเป็นขั้นต่างๆ อ้างถึงการอธิบายของ Steven Saunders NLP เทรนเนอร์คนสำคัญคนนึงของโลก และ Robert Dilt, NLP Developer แห่ง NLP University อเมริกาได้มีการอธิบายไว้ งี้นะ

NLP 1.0 ยุคเริ่มแรก จะโฟกัสไปที่การแก้ปัญหา เน้นไปที่ปัญหาเฉพาะตัวบุคคล ในระดับพฤติกรรม และความสามารถ เน้นไปที่แบบ ตัวต่อตัว เป็นการจัดการ สังเกต ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆของประสาทสัมผัสด้านต่างๆ ในระดับของจิตสำนึก เพื่อการเปลี่ยนแปลง NLP เทคนิคในกลุ่มนี้ จะมี เช่น Eye Accessing Cue, Anchoring, Meta Model, 6 Steps Reframing เป็นต้น

NLP 2.0 ต่อมา จะเน้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มคน เป็นการทำงาน ปรับปรุง แก้ไข ประเด็นต่างๆ ที่ระดับจิตใต้สำนึกมากขึ้น มีการให้ความสำคัญในระดับความเชื่อ โดยขยายขอบเขตไปทำงานในเรื่อง การเรียนการศึกษา การงาน การเงิน สุขภาพ NLP เทคนิคในกลุ่มนี้ จะมี Value, Meta Programmes, Switch Pattern, CollapseAnchor, ChainingAnchors, Timeline, Reimprint, Perceptual Positioning เป็นต้น

NLP 3.0 จะเป็นการทำงานในระดับ องค์รวม เพื่อองค์กร เน้นการทำงานเป็นทีม สนใจเรื่องความฉลาดของร่างกายมนุษย์ที่มากกว่าสมอง ในเวอร์ชั่นนี้ จะมีความเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สนใจ เป็นการเน้นการเข้าใจกันในทีม การแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปัญหาที่มีหลายระดับชั้น แก้ปัญหาแบบองค์รวม เพื่อให้ทั้งทีม ทั้งองค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสมดุลย์ NLP เทคนิคในกลุ่มนี้ เช่นพวก Disney Model, Sponsoring, หรือ Logical Levels

NLP 4.0 จะลดทอนทุกกระบวนการ ตัดทิ้งเกือบทุกกระบวนท่า เลือกหาวิธีการอื่นๆ ที่แก้ปัญหาได้ มาใช้ร่วมกัน โดยอาศัย หลักการทางวิทยาศาสตร์ ควอนตัม ในเวอร์ชั่นนี้ รูปแบบ กระบวนการ จะถูกลดลง จะเป็นการสนใจไปที่ร่างกายทั้งหมดพร้อมๆกัน ในระดับของการรับรู้เชิงพลังงาน มากขึ้น ความเชื่อในระดับนี้ คือเราทุกคนมีศักยภาพ และแหล่งทรัพยากรที่จะทำอะไรก็ได้ อยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะรู้ตัวมั้ยก็ตาม การทำงานในเวอร์ชั่นนี้ จะมีการใช้เทคนิคอื่นๆมาทำงานร่วมกับร่างกายทุกส่วน เพื่อให้ได้คุณลักษณะที่เราต้องการ เช่น Quantum Energy, Emotional Freedom Techniques (EFT), หรือ BrainGym

ที่จริงแล้ว ในการค้นข้อมูล พบว่า มันมีแนวทางการพัฒนา NLP ขั้นต่อไปถึง NLP 6.0 ในอนาคตแล้ว // แต่ส่วนตัวคิดว่า เอาเท่านี้ก่อนดีกว่า เพราะแค่ 4.0 ที่เล่าให้ฟังมา ก็เข้าใจย๊าก ยาก จับต้องไม่ค่อยได้ละ // แน่นอนล่ะว่า NLP เวอร์ชั่นยิ่งสูง ยิ่งส่งผลให้การรับการโค้ช ได้ผลที่เร็วขึ้น ง่ายขึ้น หรือมีเอฟเฟ็กซ์ที่นานขึ้น // แต่ประเด็นสำคัญ คือไม่ได้จะบอกว่า เวอร์ชั่นไหน หรือขั้นไหนที่ดีกว่า มันคงขึ้นอยู่ที่วัตถุประสงค์ของการโค้ช ทักษะที่โค้ชมี กับระดับการตระหนักรู้ ของคู่สนทนาตรงหน้า ว่าเราจะต้องใช้อะไร เมื่อไหร่ มากกว่ากัน

Edit เพิ่มเติม: การใช้งาน NLP ในระดับที่สูงขึ้น จะต้องอาศัยความรู้ และทักษะความชำนาญ ของระดับพื้นฐานกว่า ประกอบกันเสมอ

การเรียนรุ้ NLP ของแต่ละคน จึงจะต้องผ่านมาทีละขั้น เริ่มที่ 1.0 – 2.0 ในระดับ Practitioner และสูงกว่านั้นในระดับ Master Prac และเรียนรู้เพิ่มเติมตามความสนใจของแต่ละคนในระดับ After Master Prac (Post Graduated)

ก่อนจบบทความ ก็อดที่จะถามอีกทีไม่ได้ ว่า
NLP ที่คุณเรียนและคุณกำลังใช้ เป็นเวอร์ชั่น (เจเนอเรชั่น) อะไรเหรอครับ?


You may also like